
เผยแพร่เมื่อ: 5 เมษายน 2569
แก้ไขให้ตรงจุด! 5 ปัญหาพ่นสีรถยนต์ยอดฮิต พร้อมสาเหตุเชิงเทคนิคและวิธีป้องกัน
ปัญหาพ่นสีผิวส้มสีไหลสีด่างรูเข็มDry SprayเทคนิคทำสีรถPPPLUS
5 ปัญหาที่พบบ่อยในงานพ่นสีรถยนต์ และแนวทางแก้ไขหน้างานจริง
ในการพ่นซ่อมสีรถยนต์ แม้จะใช้ผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียม แต่หากตั้งค่าเครื่องมือหรือเลือกส่วนผสมไม่สอดคล้องกับสภาพอากาศ ก็อาจเกิดตำหนิบนฟิล์มสีได้ นี่คือ 5 ปัญหาคลาสสิกที่ช่างพ่นสีต้องเจอ พร้อมแนวทางแก้ไขทางเทคนิคเพื่อไม่ให้งานตีกลับครับ
1. ผิวส้ม (Orange Peel)
ฟิล์มสีไม่ไหลแผ่ ผิวหน้าดูขรุขระคล้ายเปลือกส้ม ไม่เรียบเนียนตึงตา
- สาเหตุ: การละลายตัวและการไหลแผ่ของเนื้อสีไม่สมบูรณ์ เกิดจากการผสมทินเนอร์น้อยเกินไปทำให้สีหนืดเกิน, ปรับแรงดันลมที่ปืนพ่นต่ำเกินไปจนสีไม่แตกตัวเป็นละอองฝอย หรือระยะห่างในการพ่นไกลเกินไปทำให้สีเริ่มแห้งเซ็ตตัวกลางอากาศก่อนกระทบชิ้นงาน
- วิธีแก้ไข: เพิ่มสัดส่วนทินเนอร์อีก 5-10% เพื่อปรับความหนืดให้พอดี, ปรับแรงดันลมเพิ่มขึ้นตามสเปกของปืนพ่น, รักษาระยะพ่นให้อยู่ในช่วง 15-20 เซนติเมตร หรือเลือกใช้สารเพิ่มการไหลแผ่ (Anti-Orange Peel) ในกรณีที่ต้องพ่นในสภาพอากาศที่ร้อนจัด
2. สีไหล / สีเยิ้ม (Paint Run / Sag)
ฟิล์มสีจับตัวเป็นก้อน ย้อย หรือไหลย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วง มักเกิดบนชิ้นงานแนวตั้ง
- สาเหตุ: พ่นอัดหนาเกินไปในเที่ยวเดียว หรือลากปืนช้าเกินไปจนปริมาณเนื้อสีฉ่ำเกินกว่าที่แรงยึดเกาะของฟิล์มสีจะรับน้ำหนักไหว รวมถึงการสาดเที่ยวต่อไปเร็วเกินไปโดยปล่อยให้สีเที่ยวแรกแห้งตัว (Flash-off time) สั้นเกินไป
- วิธีแก้ไข: ฝึกคุมความเร็วในการลากปืนให้สม่ำเสมอ รักษาระยะพ่นให้คงที่ และเว้นระยะเวลาปล่อยให้สีแฟลชออฟ (Flash-off) อย่างน้อย 5-10 นาทีในแต่ละเที่ยวเพื่อให้ทินเนอร์บางส่วนระเหยออกไปก่อน *หากสีไหลเกิดขึ้นแล้ว ต้องรอให้แห้งสนิท ขัดออกด้วยกระดาษทรายเบอร์ละเอียด (P1500-P2000) แล้วจึงพ่นซ่อมใหม่*
3. สีด่าง / เมทัลลิกไม่สม่ำเสมอ (Mottling)
เกล็ดบรอนซ์หรือเกล็ดมุกจับตัวกันเป็นกระจุก เห็นเป็นจ้ำๆ หรือเป็นลายทาง (Zebra Stripes)
- สาเหตุ: เกล็ดอลูมิเนียมในสีเมทัลลิกเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ มักเกิดจากการเลือกใช้ทินเนอร์ที่แห้งเร็วเกินไปในวันสภาพอากาศร้อน ทำให้สีเซ็ตตัวไวเกินจนเกล็ดล้ม หรือเกิดจากเทคนิคการพ่นปืนส่าย ข้อมือเอียง และการซ้อนทับ (Overlap) ของนมปืนไม่สม่ำเสมอ
- วิธีแก้ไข: ต้องเลือกใช้ทินเนอร์สำหรับเบสโค้ท (Basecoat Thinner) โดยเฉพาะ และเปลี่ยนมาใช้ทินเนอร์เกรดช้าเพื่อเปิดโอกาสให้เกล็ดบรอนซ์ลอยตัวเรียงเนียนสวย คุมองศาปืนให้ตั้งฉาก 90 องศา และเทคนิคสำคัญคือการพ่น "มิสต์โค้ท (Mist Coat)" โปรยบางๆ ในเที่ยวสุดท้ายทิ้งท้าย เพื่อจัดระเบียบเกล็ดใหม่อีกครั้ง
4. รูเข็ม / ตาหมด (Pinholes / Solvent Popping)
จุดหลุมขนาดเล็กคล้ายรูเข็มกระจายบนพื้นผิว มักพบหลังจากการอบสีหรือตากแดด
- สาเหตุ: ตัวทำละลายหรือทินเนอร์ถูกกักขังอยู่ใต้ชั้นฟิล์มสีหนาๆ แล้วพยายามระเหยดันตัวเองขึ้นมาหลังจากที่ผิวหน้าสีด้านบนเริ่มเซ็ตตัวปิดผิวไปแล้ว เกิดจากการพ่นอัดเนื้อสีหนาเกินไปในเที่ยวเดียว หรือผสมสีโป๊วไม่ดีแล้วมีฟองอากาศฝังอยู่ข้างใน
- วิธีแก้ไข: ผสมสีโป๊วและปาดไล่ฟองอากาศให้แน่นปฏิบัติตามกฎระบบสีอย่างเคร่งครัดคือ พ่นบางๆ ทีละเที่ยวตามค่ามาตรฐานความหนา (TDS) และต้องเว้นระยะแห้งระหว่างเที่ยวให้ทินเนอร์ระเหยออกจนหมดก่อนจะพ่นทับเที่ยวต่อไป เพื่อไม่ให้มีทินเนอร์ตกค้างใต้ชั้นผิว
5. Dry Spray (ผิวหยาบ แห้ง)
ฟิล์มสีสาก มือลูบแล้วเป็นเม็ดทราย ไม่มีสารเคลือบเงาฉ่ำฉาบตึงผิว
- สาเหตุ: อุณหภูมิในห้องพ่นร้อนจัดเกินไป หรือลมพ่นแรงจัด ทำให้ทินเนอร์ระเหยไวเกินไป ละอองสีจึงแห้งตัวตั้งแต่ยังไม่ตกกระทบผิวชิ้นงาน ทำให้โมเลกุลสีไม่สามารถหลอมละลายรวมเป็นเนื้อเดียวกันได้
- วิธีแก้ไข: เปลี่ยนมาใช้ทินเนอร์เกรดช้า (Slow Thinner) หรือเติมสารหน่วงแห้ง (Retarder) ประมาณ 5-10% เพื่อชะลอการระเหย เพิ่มเวลาให้สีไหลรวมตัวกัน (Open Time) พร้อมทั้งลดระยะพ่นเข้ามาให้พอดีเพื่อไม่ให้ละอองสีโดนลมเป่าแห้งก่อนถึงชิ้นงาน